บุรีรัมย์ ผุดโปรเจกต์รับเปิดเมือง “ลูกชิ้นยืนกินผสมกัญชา” เอาใจนักท่องเที่ยวสายเขียว

สสจ.บุรีรัมย์ ผุดโปรเจกต์รับเปิดเมือง “ลูกชิ้นยืนกินผสมกัญชา” เอาใจนักท่องเที่ยวสายเขียว

(4 พ.ย.64) ที่โรงแรมโมเดนา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด บุรีรัมย์ มาเป็นประธานเปิดงาน “ทิศทางการขับเคลื่อนงาน”เพื่อเตรียมความพร้อมหลังมีการเปิดประเทศ และจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นหนึ่งใน 17 จังหวัดที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินเข้ามาได้อย่างเสรี

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในการประชุมวันนี้ เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน จะต้องรู้บทบาทของพนักงานเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอในการกำกับดูแลผู้ประกอบการภายใต้กฎหมายใหม่ การควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ยังจะพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่แต่ละอำเภอ ในการเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชง เพื่อแสดงให้เห็นว่าสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์และหน่วยงานระดับอำเภอ มีความพร้อมในการดูแลและให้คำปรึกษาผู้ประกอบการกัญชา กัญชง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจในการปลูก นำเข้า และส่งออกกัญชา กัญชง

ซึ่งในปัจจุบันผู้ประกอบการในจังหวัดบุรีรัมย์มีใบอนุญาตผลิต (ปลูก) กัญชาทางการแพทย์ จำนวน 26 แห่ง และใบอนุญาตผลิต (ปลูก) กัญชง จำนวน 8 แห่ง ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำส่วนประกอบของกัญชา กัญชง มาแปรรูปและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชง เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อเตรียมพร้อมเปิดเมือง

นายแพทย์พิเชษฐ กล่าวด้วยว่า แนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนกัญชา กัญชงเพื่อเศรษฐกิจ ของจังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มจากตอนนี้มีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ความเข้าใจ แล้วถ่ายทอดความรู้สู่ผู้ประกอบการด้วยการทำหน้าที่ เป็นศูนย์ให้คำปรึกษากัญขากัญชง

และในเร็วๆ นี้ จะส่งเสริมให้ลูกชิ้นยืนกิน มีส่วนผสมของกัญชา รวมถึงน้ำจิ้มจะต้องมีน้ำกัญชาเข้าไปผสมอยู่ด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดพัฒนาการส่งเสริมการปลูกกัญชง กัญชา และดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มาเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ อีกทางหนึ่งด้วย

สธ.เปิดข้อมูลฉีดวัคซีนโควิดในไทย พบเสียชีวิตจากวัคซีนเพียง 3 ราย ส่วนใหญ่ตายเพราะโรคอื่น

สธ.เปิดข้อมูลฉีดวัคซีนโควิด-19 ในไทย พบเสียชีวิตจากวัคซีนเพียง 3 ราย ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่เป็นเหตุการณ์ร่วมจากภาวะโรคอื่น

(4 พ.ย.64) ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค เผยข้อมูลการฉีดวัคซีนในประเทศไทย ขณะนี้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วประมาณ 77 ล้านโดส แบ่งเป็น วัคซีนเข็มที่หนึ่ง 42 ล้านโดส วัคซีนเข็มที่สอง 30 ล้านโดส และวัคซีนเข็มที่ 3 ประมาณ 2.4 ล้านโดส โดยมี 29 จังหวัด ที่สามารถดำเนินการฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมกลุ่มประชากรเกินกว่าร้อยละ 50 ของประชากรในจังหวัด

จากผลสำรวจ อาการที่พบหลังการได้รับวัคซีนโควิด-19 แบบสลับชนิดและเข็มกระตุ้นเข็มสาม พบว่าการฉีดสลับเข็ม โดยเข็มที่หนึ่งเป็นวัคซีนซิโนแวค และเข็มที่สองเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเก้าจากกลุ่มตัวอย่าง 955 ราย พบร้อยละ 31.62 มีไข้ ร้อยละ 23.04 มีอาการปวดศีรษะ ร้อยละ 19.90 มีอาการคลื่นไส้ ร้อยละ 19.48 มีอาการอาเจียน และร้อยละ 17.80 เวียนศรีษะ

นอกจากนั้นมีรายงานผู้เสียชีวิต 205 ราย ซึ่งทางคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 30 ราย ไม่สามารถระบุได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนได้หรือไม่ 14 ราย ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 7 ราย และ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล 154 ราย

ส่วนกลุ่มที่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่สามโดยรับวัคซีนซิโนแวคสองเข็มและรับวัคซีนแอสตร้าเซนเก้าเป็นเข็มที่สาม ในกลุ่มผู้ป่วย 163 รายมีอาการไข้ร้อยละ 35.58 ปวดศีรษะร้อยละ 31.29 คลื่นไส้ร้อยละ 23.31 ปวดกล้ามเนื้อร้อยละ 22.09 อาเจียนร้อยละ 22.09 ทั้งนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 10 ราย ทางคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแล้วไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 2 ราย อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล 8 ราย

ขณะที่กลุ่มผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม และได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นเข็มที่สามเป็นวัคซีนไฟเซอร์จำนวน 48 ราย พบว่าร้อยละ 27.08 มีอาการวิงเวียนศีรษะ ร้อยละ 22.92 มีอาการไข้ ร้อยละ 20.83 มีอาการปวดศีรษะ ร้อยละ 20.08 มีอาการคลื่นไส้ ร้อยละ 18.75 เจ็บแน่นหน้าอก

ทั้งนี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 6 ราย ทางคณะกรรมการมีการพิจารณา พบแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน แต่เป็นเหตุการณ์ร่วมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน 1 ราย ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 1 ราย ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุป 1 ราย อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลอีก 3 ราย

จากข้อมูลการรวบรวมกรณีการเสียชีวิตภายหลังการรับวัคซีนโควิด-19 จนถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2564 มีรายงานผู้เสียชีวิตภายหลังได้รับวัคซีน 1,296 ราย โดยทางคณะผู้เชี่ยวชาญได้รับพิจารณาแล้ว 842 ราย ส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนแต่เป็นเหตุการณ์ร่วมจากภาวะโรคอื่น 541 ราย

เช่น โรคเลือดออกในสมอง 37 ราย โรคติดเชื้อของระบบประสาทและสมอง 2 ราย ปอดอักเสบรุนแรง 257 ราย ลิ่มเลือดอุดตันในปอด 4 ราย โรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือด 109 ราย มะเร็งปอด 6 ราย มะเร็งเต้านม 2 ราย มะเร็งท่อน้ำดี 1 ราย มะเร็งบริเวณคอหอย หลังช่องปาก 1 ราย

เลือดออกในช่องท้อง 8 ราย โรคอื่น ๆ 55 ราย ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด 29 ราย คาดว่าน่าจะไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีน ให้รอผลชันสูตรและข้อมูลเพิ่มเติมอีก 28 ราย ข้อมูลไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือไม่ 41 ราย รอสรุปสาเหตุการเสียชีวิตและข้อมูลเพิ่มเติม 191 ราย

โดยสรุปเหตุการณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับวัคซีนมี 3 ราย ที่พิจารณาแล้วว่าเป็นการเสียชีวิตจากวัคซีน ซึ่งก่อเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันร่วมกับเกล็ดเลือดต่ำ 2 ราย มีอาการแพ้รุนแรงร่วมกับภาวะช็อก 1 ราย

แรงทุกบรรทัด “พระมหาไพรวัลย์” ฟาดกลับ “เจ้าคุณพิพิธ” อาจารย์ดูหนังจีนเยอะไปนะครับ

จากกรณี พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้โพสต์กล่าวถึง สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ สมเด็จธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ระบุว่า หากตนเองประพฤติตนเป็นที่ไม่เรียบร้อยหรือเหมาะสมก็น้อมรับผิด แต่ พระราชปัญญาสุธี หรือ เจ้าคุณอุทัย ซึ่งเป็นอาจารย์ของตนเอง และรั้งตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสอยู่ตอนนี้ มิได้เป็นผู้มีความเกี่ยวข้องหรือมีมลทินหม่นหมองในส่วนใด มิได้เป็นผู้หย่อนยานในการปกครองดูแลพระลูกวัด อย่างที่มีคนกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่า จะลาสิกขา ถ้าพระราชปัญญาสุธี ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง

หลังจากนั้น พระเทพปฏิภาณวาที หรือ เจ้าคุณพิพิธ วัดสุทัศนเทพวราราม ได้ออกมากล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า พระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปองสำคัญตนผิด กดดันเจ้าประคุณธงชัย

วันนี้ (4 พ.ย. 64) พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ โพสต์เฟซบุ๊กโต้กลับ เจ้าคุณพิพิธ โดยระบุว่า “ถ้าผมจะลาสิกขา คือผมลาด้วยตัวผมเองครับ และทุกเรื่องที่ผมพูด ผมพูดเพราะมันคือความสัตย์ คือสิ่งที่ควรพูด ควรทวงถาม ไม่เกี่ยวกับว่า ผมกำลังสำคัญตัวอะไร

ผมไม่ใช่พวกเล่นละครเก่งนะครับ เวลาโทรมาคุย คุยอีกแบบหนึ่ง เวลาอยู่หน้าสื่อ พูดอีกแบบหนึ่ง พูดแบบนางเอกละครหลังข่าว พูดแบบไม่ต้องใช้ความกล้าหาญอะไร ใครก็พูดได้ครับ ผมก็พูดได้ ถ้าจะพูด

ผมว่าอาจารย์ดูหนังจีนเยอะไปนะครับ พูดเรื่องการศึกสงคราม เรื่องการต่อรองอะไรเนี่ย ความยุติธรรม ความเป็นธรรม เป็นเรื่องของการต้องต่อรองตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ หรือผมเข้าใจผิดมาโดยตลอด ผมนึกว่า เรื่องความเป็นธรรม เป็นเรื่องของการต้องส่งเสียงเรียกร้อง

อาจารย์กำลังทำให้คณะสงฆ์ดูแย่ไปอีกนะครับ จะโดยรู้ตัวหรือไม่ พูดเหมือนคณะสงฆ์ไม่ต่างจากเกมส์การเมืองของพวกฆราวาสเลย

ผมรักการพระศาสนา รักคณะสงฆ์ และลึกๆ ก็เคารพนับถือพระผู้ใหญ่ (เหมือนที่ผมเคยเคารพนับถืออาจารย์นั่นแหล่ะครับ) ผมจึงพูดอะไรอย่างตรงไปตรงมา ในฐานะของกัลยาณมิตร ของคนรุ่นใหม่ ของลูกของหลาน

ผมเจียมตัวเสมอครับ และพูดคิดอะไร คือไตร่ตรองดีแล้ว หลายครั้งหลายหนเหลือเกินที่ผมเลือกจะไม่โต้อาจารย์เพราะยังเห็นแก่ความเคารพนับถือ ครั้งก่อนก็เรื่องความไม่ก้าวหน้า ไม่มีอนาคต ทำไมอาจารย์ถึงมองว่า อนาคตของอาจารย์กับอนาคตของผม คืออนาคตเดียวกันละครับ ผมเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงแบบที่อาจารย์คิดตอนไหน

อาจารย์เองก็โดนเยอะนะครับ ทั้งเรื่องสำนักงานตัวเองที่โดนเวียนคืน ทั้งเรื่องการเขียนกลอน เมื่อครั้งก่อน เรื่องพวกนี้ไม่ทำให้อาจารย์เห็นสัจธรรมอะไรเลยหรอครับ ขอประทานโทษเถอะครับ อย่าทำให้ผมหมดความนับถือเลย” ยิงปลา