คุยกับแอดมิน “กลุ่มทะลุแก๊ซ” เมื่อเด็กแว้นลุกขึ้นสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง

คุยกับแอดมิน “กลุ่มทะลุแก๊ซ” เมื่อเด็กแว้นลุกขึ้นสู้เพื่ออนาคตของตัวเอง

นับตั้งแต่ปีที่แล้ว “กลุ่มทะลุแก๊ซ” การชุมนุมทางการเมืองของคนรุ่นใหม่กลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและน่าจับตามองไม่น้อยสำหรับสังคมไทยในยุคนี้ ซึ่งในขณะที่คนรุ่นใหม่ร่วมกันพังเพดานเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง รัฐเองก็พยายามใช้อำนาจที่เข้มข้นขึ้นเพื่อปิดปากประชาชนผ่านวิธีการต่างๆ นำไปสู่ความเจ็บปวดและคับแค้นใจของประชาชน จนกระทั่งในการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2564 ที่ภายหลังกลายเป็นการปะทะกันระหว่างมวลชนกับเจ้าหน้าที่ คฝ. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เปิดฉากสมรภูมิรบระหว่างรัฐกับประชาชนอีกครั้ง ตามมาด้วยการชุมนุมประท้วงรายวันที่กินเวลานานเกือบ 2 สัปดาห์

เดือดแล้ว! #ม็อบ15 สิงหา ปะทะตำรวจที่สามเหลี่ยมดินแดง ประทัด-แก๊สน้ำตา-ฉีดน้ำ มาครบ
เผยอาการล่าสุด เยาวชนอายุ 15 ปี ถูกยิงคอในม็อบ มีอาการอัมพาต ไม่รู้สึกตัว
แม่เยาวชนวัย 15 ที่ถูกยิง ร่ำไห้ไม่คิดจะเป็นลูกตัวเอง เผยลูกมาขอไปม็อบครั้งแรก
ม็อบดินแดง
การจัดการชุมนุมที่เต็มไปด้วยสีสัน ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกสนานตามสไตล์ชนชั้นกลางที่เกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมา แม้จะสามารถดึงความสนใจจากประชาชนและสื่อได้อย่างดี แต่ดูเหมือนว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่อีกกลุ่มที่ใครๆ เรียกว่า “เด็กแว้น” กลับไม่มีพื้นที่ในการแสดงออกในฐานะประชาชนและคนรุ่นใหม่ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเชิงโครงสร้างไม่ต่างจากคนกลุ่มอื่นๆ จนทำให้ในที่สุด พวกเขาต้องเลือกวิธีแสดงพลังของตัวเองในพื้นที่ใหม่ นั่นคือการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ คฝ. บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง พร้อมพลุ ประทัด และหนังสติ๊กกับลูกแก้ว ซึ่งอานุภาพเทียบไม่ได้กับกระสุนยางหรือแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่

แอดมินเพจ “กลุ่มทะลุแก๊ซ” ในฐานะผู้ประสานงานในการชุมนุม บอกกับ Sanook ว่า คนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมชุมนุมตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมเป็นต้นมา จนกระทั่งใช้ชื่อว่ากลุ่มทะลุแก๊ซในขณะนี้ เป็นกลุ่มเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่เกิดจากรัฐ เช่นเดียวกับเยาวชนกลุ่มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว ระบบการศึกษา รวมทั้งค่านิยมของสังคมที่ทำลายความเป็นปัจเจกของคน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องจักรขนาดใหญ่ ที่ผลิตกลุ่มคนที่ถูกเรียกอย่างตราหน้าว่า “เด็กแว้น” “เด็กช่าง” “สก๊อย” หรือ “เด็กติดยา”ออกมาสู่สังคม

“ผมไม่ได้โทษเขาที่ปัจเจก ผมโทษรัฐมากกว่าที่ทำไมไม่มีพื้นที่ให้เด็กเหล่านี้ได้วิ่งเล่น ทำไมเราไม่มีพื้นที่ทางความคิดให้เราได้เติบโต ได้พัฒนาร่วมกัน ทำไมรัฐถึงต้องคอยจำกัดอิสรภาพของเราอยู่เรื่อยไป มันเลยทำให้เด็กอายุ 12 – 13 ลุกขึ้นมาเป็นผู้ต่อต้านรัฐแล้วน่ะ นี่มันเป็นตัวบ่งชี้ว่ารัฐนี้มันล้มเหลวแล้ว ตอนนี้เราพยายามแสร้งมีชีวิตอยู่ในประเทศที่ไม่มีความหวัง มันอดสูมาก มันอับจนมาก มันเลยบีบบังคับให้เขาต้องออกมาถางทางอนาคตเอง ทั้งที่รัฐควรจะเป็นคนมอบและกระจายโอกาสในการเข้าถึงทรัพยากรพวกนี้ให้กับเขา กลายเป็นว่าเขาต้องแอคทีฟตัวเอง เพื่อไขว่คว้าทรัพยากรเพื่อเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน” แอดมินเพจกลุ่มทะลุแก๊ซกล่าว

นอกจากนี้ แอดมินยังระบุว่า ในสถานการณ์ปกติ กลุ่มผู้ที่เข้าร่วมในม็อบดินแดงนี้ไม่ได้สนใจเรื่องการเมืองอย่างจริงจัง แต่สภาวะที่บีบคั้น โดยเฉพาะในสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ครอบครัวของพวกเขาได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ก็ผลักให้พวกเขาออกมาแสดงตัวตน และเปิดเผยให้สังคมรับรู้ว่าพวกเขาก็เป็น “อนาคตของชาติ” อีกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

“สมมติว่าเราชนะและเราสามารถสร้างสังคมประชาธิปไตยขึ้นมาได้ 100% ผมว่าเด็กแว้นหนึ่งในพวกนี้ต้องเป็นคนที่มีความสามารถด้านใดด้านหนึ่งที่ดีมากๆ ต้องมองย้อนกลับไปว่า พวกเราทำลายโอกาสพวกนี้ไปเท่าไรแล้ว ผมเลยมองว่ามันไม่คุ้มหรอกที่จะเอาชีวิตเด็กมาเสี่ยง พวก คฝ. หรือฝ่ายรัฐเอง เขาก็รู้ดีว่าเขากำลังเอาต้นทุนที่เขามีออกมาเสี่ยง คือการที่เขากราดยิง มันไม่ได้กราดยิงแค่กลุ่มทะลุแก๊ซนะ มันหมายถึงเขากำลังโจมตีคนรุ่นนี้อยู่ และเขากำลังเป็นศัตรูกับคนรุ่นนี้ แล้วคนที่กำลังดูอยู่ที่บ้าน มันก็จะเกิดการกระตุ้นทางความคิดต่อๆ กันไป เกิดประสบการณ์ร่วมกัน”